Reconstruction Plate กับ Titanium Mini Plate 2.0 mm ต่างกันอย่างไร
โพสต์เมื่อ : 1 ก.ย 2569 เวลา 7:18 น.

การเลือกอุปกรณ์ยึดตรึงกระดูก (Osteosynthesis) ไม่ได้พิจารณาจากขนาดของเพลทหรือตำแหน่งเท่านั้น แต่ต้องดูด้วยว่าในเคสนั้นกระดูกต้องรับแรงมากน้อยแค่ไหน และตัวเพลทควรเข้ามาช่วยรับแรงอย่างไร เพราะถ้าเลือกไม่เหมาะสม อาจทำให้การยึดตรึงไม่มั่นคง และส่งผลต่อการติดของกระดูกได้
หลักสำคัญคือ “The Right Plate for the Right Case” หรือการเลือกเพลทให้เหมาะกับลักษณะของแต่ละเคส
- Load-sharing system คือระบบที่เพลททำงานร่วมกับกระดูกเดิม เหมาะกับเคสที่กระดูกยังมีจุดสัมผัสกัน และสามารถช่วยรับแรงบดเคี้ยวได้
- Load-bearing system คือระบบที่เพลทต้องเข้ามารับแรงแทนกระดูกเป็นหลัก หรือทำหน้าที่เสมือน Internal fixator จึงเหมาะกับเคสที่กระดูกขาดความต่อเนื่องหรือแตกละเอียดจนไม่สามารถช่วยรับแรงได้เพียงพอ
Titanium Mini Plate 2.0 mm
Mini Plate 2.0 mm ในกลุ่ม LevelOne Fixation ออกแบบมาสำหรับงานยึดตรึงที่ต้องการความละเอียดและแม่นยำ โดยเน้นลดการรบกวนเนื้อเยื่ออ่อน และอาศัยหลักการ Load-sharing ให้เพลททำงานร่วมกับกระดูกเดิม ใช้ในเคส รอยหักทั่วไป (Simple Mandibular Fracture), งานจัดขากรรไกร และการยึด Bone graft

คุณสมบัติและวัสดุ
- Pure Titanium และการปรับเข้ากับแนวกระดูก ผลิตจาก Pure Titanium ที่มีความเหนียวและดัดปรับได้ง่าย โดยเฉพาะรุ่น Low Profile ที่มีความหนาเพียง 0.6 มม. ซึ่งช่วยลดการระคายเคืองต่อเนื้อเยื่ออ่อน
- Rigid Blue Plates สำหรับเคสที่ต้องการความแข็งแรงมากขึ้น แต่ยังคงดีไซน์ที่บาง KLS Martin เลือกใช้ Titanium Alloy (Ti-6Al-4V) เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของเพลท สำหรับการยึดตรึงแบบ Monocortical non-compression
- BSSO Sliding Plate ออกแบบมาสำหรับงาน Orthognathic surgery โดยมีสเกลวัดระยะ 1 มม. ในตัว ช่วยให้ศัลยแพทย์ปรับแนวกระดูกระหว่างผ่าตัดได้ละเอียดขึ้น พร้อมคงความมั่นคงของการยึดตรึง
Locking Reconstruction Plate 2.0 - 2.7 mm (ThreadLock TS)
ในเคสที่กระดูกขากรรไกรไม่สามารถช่วยรับแรงได้ ระบบ ThreadLock TS จะทำหน้าที่เสมือน Internal Fixator เพื่อช่วย Fracture Reduction และรับแรงโครงสร้างแทนกระดูกเดิม

ระบบ Locking Plate & Screw
- Locking Screw ออกแบบพิเศษให้มี Thread ในหัวสกรู เพื่อการ "ยึดล็อก" กับเพลทโดยไม่ต้องกดแนบกับกระดูกโดยตรง
- Locking Plate Plate Hole มีเกลียวในตัว เข้ารูปกับสกรูพอดี ป้องกันการเคลื่อนไหว
- Vertical Insertion เมื่อสกรูถูกใส่ในมุม 90° หัวเกลียวของสกรูและเกลียวในเพลทจะ "ประกบพอดี" ทำให้การยึดเสถียรสูงสุด
- Angled Insertion ได้สูงสุด 20° หัวสกรูและเพลท ออกแบบให้เกลียวแนบสนิทกันพอดีแม้ใส่ในมุมเฉียง ช่วยให้แพทย์มี อิสระในการเลือกทิศทางการยึด

- Reduction of the fracture is retained เพราะสกรูล็อกกับเพลทโดยตรง เพลทไม่ต้องแนบกับกระดูก ไม่เกิดแรงดึงรั้ง (compression) ที่อาจ “ดึงกระดูกให้คลาดตำแหน่งหลังจัดแล้ว” เหมาะสำหรับเคสที่ต้องการ “Preservation of reduction” เช่น บริเวณกราม หรือรอยต่อที่เคลื่อนได้
- Improved blood supply มีพื้นที่ระหว่างเพลทและกระดูก ทำให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก ช่วยให้กระดูกสมานตัวดีขึ้น เหมาะสำหรับกระดูกบริเวณที่มี vascular supply น้อย เช่น mandibular body
- Less inflammatory complications ลดการอักเสบที่อาจเกิดจากการเสียดสีระหว่างเพลทกับกระดูก
Reconstruction Plate กับ Titanium Mini Plate 2.0 mm ต่างกันอย่างไร

หัวใจสำคัญของการผ่าตัด CMF ในปัจจุบัน คือการทำให้ Biology ทำงานสอดคล้องกับ Engineering โดยเริ่มจากการประเมินก่อนว่า กระดูกของผู้ป่วยยังสามารถช่วยรับแรงได้มากน้อยแค่ไหน หากกระดูกยังมีความมั่นคงและรับแรงร่วมกับเพลทได้ Mini Plate 2.0 มม. อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม เพราะช่วยลดการรบกวนเนื้อเยื่อและลดโอกาสเกิด Stress shielding แต่ในกรณีที่กระดูกสูญเสียความต่อเนื่องหรือไม่สามารถรับแรงได้เพียงพอ ระบบ ThreadLock TS จะเข้ามาช่วยรับแรงและพยุงโครงสร้างแทน